วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฟิคมโน ตอน "ว่ายน้ำตอนเช้านะดีนะ"

ฟิค ก็คือ เรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้น
ฟิค ไม่ใช่เรื่องจริง
และนี่ก็คือฟิค
ขอบคุณภาพจากเว็บต่างๆมากๆค่ะ ขอยืมหน่อยยนะคะ เครดิตภาพดังนี้ค่ะ
Credit Pic 1
Credit Pic 2

ฟิคมโน ตอน "ว่ายน้ำตอนเช้านะดีนะ"

เช้าวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน ตื่นเต้นมากๆก็เลยออกจากบ้านไปแต่เช้า ก็ไปถึงพารากอนประมาณ 08:50 ก็ทวีตหาเพื่อนๆ ยังไม่มีใครถึง เราก็เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน ลองเสี่ยงดวงดู ก็เดินตรงเข้าไปเลย

ตรงบริเวณหน้าห้างพารากอนก็จะมีศาลตายายอยู่ด้วย มีผู้หญิงใส่ชุดผ้าไหมดูเป็นผู้ใหญ่ๆหน่อยกำลังจุดธูปไหว้อยู่ มีผู้หญิงผู้ชายหนุ่มสาวที่ดูเหมือนเป็นลูกน้องกำลังจัดของไหว้ เราก็เลยแวะไหว้ศาลตายายของพารากอน นึกอธิฐานไปว่า ขอให้วันนี้ได้เจอไดกิใกล้ๆนะคะ สาธุ  แล้วก็เดินตรงเข้าไปตรงถนนทางเข้าห้าง

ระหว่างเดินไปก็มีพวกพนักงานขนของกำลังขนของเข้าห้างด้วย ก็มีเสียงพูดว่า เมื่อเช้าฝนตก เนี่ยต้องไล่นำตรงนี้ดีๆ เดี๋ยวลื่น ตอนนั้นก็ยังคิดว่าขยันกันดีจังน๊า อื้มๆ ระหว่างเดินไปก็มองพวกพนักงานทำความสะอาดระหว่างทางไปด้วย  พอไปถึงตัวโรงแรม แบบว่าไม่เคยเข้ามาที่นี่เลย เป็นครั้งแรกเลยนะ

ตรงประตูทางเข้าก็มีพนักงานโค้งให้ด้วย เขินๆเล็กน้อย มีนักท่องเที่ยวฝรั่งกับคนจีนเล็กน้อย

ที่หน้าโรงแรม มีรถตู้ที่บลอนด์เทาที่ดูเหมือนจะเป็นรถตู้ของทีมงานจอดอยู่ด้วยล่ะ

พอเข้าไปตรงล๊อบบี้ ก็เจอผู้ชายชุดดำหน้าคุ้นๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดของไดกิอยู่ 1 คน
เค้ามองเราเรามองเค้า 5555555 ตลก และยังมีคนที่ดูเหมือนจะเป็นติ่งเหมือนเราด้วยอีก 1 คน ตรงล๊อบบี้ แต่ว่าไม่รู้จักก็เลยไม่ได้ทักไป

จากนั้นจึงเดินเลี้ยวไปทางขวามือ  ก็พบว่ามีห้องทานอาหารเช้าอยู่ เป็นห้องกระจก แต่ว่าเป็นห้องเล็กๆ เราก็สงสัยว่าทำไมเล็กจังนะ หรือว่ามีอีกห้องแน่ๆเลย  เท่าที่มองลอดเข้าไป ไม่เห็นไดกิเลยล่ะ แต่ว่ามีบอดี้การ์ดยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า 1 คน แต่ว่าห้องอาหารนั้นจะมีส่วนที่ไม่สามารถมองเห็นได้อยู่ด้วย เพราะงั้นก็ไม่สามารถพูดได้ว่า ไม่มีไดกิอยู่จริงๆ

และตรงทางเดินด้านข้างจะมีห้องน้ำอยู่  เราก็เลยเข้าไปเติมแป้ง และขยับชุดให้เข้าที่ 55555 พอออกมา ก็พบว่าติ่งอีกคน นั่งอยู่ตรงโซฟาทางเข้าห้องอาหาร เราก็เลยไปนั่งอีกมุมนึง แต่ว่านั่งอยูแค่ประมาณ 2 นาทีก็ลุก เพราะการ์ดมองมาน่ากลัวอ่ะ 5555555

จากนั้นก็เลยกลับมาเดินตรงล๊อบบี้ ก็สวยดีนะ เหมือนในรูปที่ดูในเว็บเมื่อเช้า  และตอนที่เราโทรมาถามว่าราคาอาหารเช้าเท่าไหร่ พนักงานบอกว่า 1,048 บาท ก็คิดว่าจะทานดีมั๊ย แต่ว่ายังไม่เห็นไดกิเลย จะเสียเวลารึเปล่านะ แต่ว่าอาหารเช้าทานได้จน 10 โมง ไดกิจะลงมาทานข้างล่างหรือทานบนห้องก็ไม่แน่ใจ

เพราะงั้นก็เลยเดินไปทางซ้ายมือ ตอนแรกกะจะไปเข้าห้องน้ำเล่นๆ  ก็อยากเข้าห้องน้ำหรูๆนี่นา แต่ก็พบว่าทางซ้ายนั้น มีห้องอาหารเช้าขนาดใหญ่อยู่ด้วย มีคนเต็มเลย แต่ว่าเท่าที่มองดูก็ยังไม่พบไดกิ

ก็เลยมาเดินเล่นที่ล๊อบบี้ มีตู้โชว์สินค้าของ miu miu อยู่
ก็เลยนั่งเล่นที่ล๊อบบี้ เพราะตอนนั้นคิดว่าไม่เจอไดกิก็ไม่เป็นไร นั่งเล่นตรงนี้จน 10 โมงค่อยไปก็ได้ นั่งรอห้างเปิดเล่นๆ ก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา
รู้สึกว่าผู้จัดการโรงแรมจะเป็นฝรั่งนะคะ เค้าเดินมาแถวๆตรงที่เรานั่ง ทำมาเป็นจัดหมอนที่เก้าอี้ 5555555 เรากังวลนิดหน่อย ว่าถ้าเค้าไปบอกไดกิว่ามีติ่งอยู่ตรงนี้คงไม่ได้เจอไดกิแน่ๆ 555555

พอนั่งเล่นมือถือไปสักพักมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 3 คน มาถ่ายรูปเล่นตรงสระน้ำ ตรงด้านหลังกระจกที่เรานั่ง สักพักเค้าก็ออกมาถ่ายตรงโซฟาใกล้ๆที่เรานั่ง  พอเค้าถ่ายเสร็จกลับไป ก็เลยทำให้เราคิดได้ว่า
อยากไปเดินเล่นตรงสระน้ำจังนะ  ไหนๆก็มาล่ะ ไปเดินเล่นดีกว่า ไม่เจอไดกิก็ไม่เป็นไรนี่ 5555555

จากห้องอาหารทั้งปีกซ้ายและปีกขวา จะมีทางเข้ามาสระน้ำได้ สองประตู

หลังจากนี้เดินผ่านเข้ามาได้ก็เจอยูโกะก่อนเลย  วินาทีนั้นคือแบบ โอเคเชื่อแล้ว ว่าพักโรงแรมนี้จริงๆ


ยูโกะใส่ชุดบิกินี่สีชมพูช็อคกิ้งพิงค์ นอนคว่ำตัวอาบแดดอยู่ ตรงเอวผูกผ้าคล้ายๆผ้าคลุมไหล่สีเขียวน้ำทะเลอ่ะ และตอนนั้นแดดเบาบางมากๆ เพราะเมื่อเช้าฝนตก แล้วก็อยู่ใต้ต้นไม้ด้วย บรรยากาศลมพัดเย็นสบายมากๆ ตรงนั้น คือยูโกะมากับสต๊าฟผู้หญิงอีกคนนึง นอนบนโซฟาข้างๆกัน คุยกัน ยูโกะดูอารมณ์ดี

เราพยามไม่มองยูโกะมาก เพราะเป็นเวลาส่วนตัวของเค้า เราก็รู้สึกเกรงใจมากๆ เพราะเราไม่ได้เป็นลูกค้าของโรงแรมด้วย เราก็เดินเลยมานั่งตรงที่ไกลจากยูโกะพอสมควร เพราะไม่รู้จะเดินไปไหน แล้วเก้าอี้ก็มีเยอะมากจริงๆ

บรรยากาศดีมาก นั่งสูดโอโซนไปแบบ ตอนนั้นคิด ไม่เจอไดกิก็ไม่เป็นไร เด๋ว 10 โมงก็ไปเอาบัตรล่ะไปหาไรกินดีกว่า

ซุ้มน้ำผลไม้ มีพนักงานอยู่ 3 คน มีพวกน้ำผลไม้ปั่น ใจจริงอยากสั่งมานั่งกินสวยๆเหมือนกันนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สั่ง  แต่มาเลือกนั่งตรงด้านหน้าซุ้มเลย บรรยากาศดี  ทั้งๆที่อยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ ไม่ได้ยินเสียงรถเลย เหมือนอยู่รีสอร์ทต่างจังหวัดเลย มีนักท่องเที่ยวมาว่ายน้ำ บางคนพาลูกมาเล่นน้ำ รู้สึกเกรงใจบอกไม่ถูก ก็เงยหน้ามองไปรอบๆโรงแรม เผื่อไดกิจะเปิดหน้าต่างมารับแสงอาทิตย์  แต่ก็ไม่มีเลย 5555555

พอมองหันหลังกลับไป เหมือนยูโกะจะกลับไปแล้ว ตัวเราก็คิดว่ากลับบ้างดีไหมนะ อยู่นานจะเป็นที่สงสัย 55555

พอเดินออกมาจะกลับ มีพนักงานเสิร์ฟน้ำเข้ามาทักทายบอก Good Morning  แล้วยิ้มๆให้

ตอนนั้นก็เลยเดินกลับมาตรงที่ยูโกะนั่งตอนแรก แต่ว่า.....ก็เห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นๆ เดินผ่านมาตรงนั้นพอดี เราเลยเบนทางมาเดินอีกเลนนึง

ไดกิจริงๆด้วย ผมฟูๆเล็กน้อย ไม่หัวลีบเหมือนตอนที่สนามบินเมื่อวาน แสงอาทิตย์ส่องมากระทบผมไดกิดูน้ำตาลๆด้วย ใช่ไดกิจริงๆ เรามองเหลียวหลังไปแต่ไดกิคงไม่ทันสังเกตุเห็นเรา

ไดกิไม่ได้ใส่เสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น เดินมากับผู้ชายญี่ปุ่นอีกคนซึ่งเราไม่ได้สนใจมองหน้า แต่ว่าเค้าไม่ได้ใส่แว่น คิดว่าคงเป้นเพื่อนไดกิ

ไดกิเดินเลยโซฟาที่ยูโกะนั่งตอนแรกมาแล้วหยุดพูดอะไรบางอย่าง

ไดกิชี้มือไปทางห้องกระจกด้านขวา ซึ่งเป็นห้องอาหาร แล้วเพื่อนไดกิก็วิ่งไปตรงห้องกระจกนั้น เหมือนจะมีคนรู้จักนั่งทานอาหารเช้าอยู่ เพื่อนไดกิพูดอะไรบางอย่างตรงกระจก

ไดกิยืนรอตรงใต้ต้นไม้ แล้วเพื่อนไดกิก็วิ่งกลับมา เพื่อนไดกิไม่ได้ใส่เสื้อเช่นกัน เค้าใส่กางเกงขาสั้น รูปทรงและสีคล้ายๆไดกิ เหมือนว่าซื้อมาพร้อมกัน ซื้อมาคู่กัน 555555
 credit : Credit Pic

 พอไดกิเดินตรงไปทางสระว่ายน้ำแล้ว
ตัวฉันในตอนนั้น ที่ดูเหมือนจะเดินกลับออกไป ได้เดินกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง เจอพนักงานคนเดิมยิ้มให้แถมขำอีก  เค้าคงสงสัยฉันสินะ

ฉันนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวเดิม มุมโอเค สามารถมองเห็นไดกิได้ ไม่ใกล้เกินไป
ฉันตัดสินใจว่าจะไม่หยิบกล้องขึ้นมาเด็ดขาด นี่เป็นเวลาส่วนตัวของไดกิ ฉันควรปล่อยให้เค้ามีความสุข
เค้าควรได้พักผ่อน แต่ว่าเท้าของฉันก็ไม่ยอมเดินออกไป อยากเห็นเค้าต่อ อีกแค่แป๊บเดียวก็ยังดี


ไดกิลงน้ำแล้ว ลงไปแค่ครึ่งตัว ตอนนั้นก็เลยเผลอจ้องแผงอกไดกิไปเต็มๆ ประทับใจในความขาวนวลเนียน ใจเต้นสุดๆ

แต่ว่าไม่กล้ามองนาน ต้องคอยมองไปทางอื่นตลอดเวลา แล้วหันกลับมามองไดกิแค่แว่บๆ

ไดกิกางแขนออกสองข้าง หงายหลังเล็กน้อย เงยหน้ามองฟ้ารับแดดอ่อนๆ หล่อมากเลย เพื่อนไดกิอยู่ด้านหลัง

สักพัก ไดกิหันหลังไปคุยกับเพื่อน แล้วก็หันกลับมามองที่เรา เหมือนจะได้สบตากัน 1 วิ ตอนนั้นคิดว่าแย่ล่ะ ต้องรีบกลับ ถ้าเราไม่กลับ ไดกิคงกลับ ไม่ๆๆ ไดกิควรได้เล่นน้ำต่อ ฉันจะกลับเอง

ไดกิขยับไปเล่นน้ำตรงด้านหลังต้นไม้ แต่ว่าเราก็ยังมองเห็นไดกิอยู่

ไดกิคุยกับเพื่อน เพื่อนไดกิเพยิดหน้ามาทางเรา ไดกิหันกลับมามอง

เราก็เลยถอดเสื้อคลุมสีม่วงออก (ไม่รู้ถอดทำไม กลัวไดกิจำหน้าได้ แต่ไม่ช่วยอะไรเลย)
แล้วก็เราเดินเร็วๆมาตรงซุ้มน้ำผลไม้ แกล้งหยิบนิตยสารมาอ่าน อ่านไม่รู้เรื่อง มองไปอีกที ไดกิขึ้นน้ำมาแล้ว ไดกิหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาแล้ว หน้าเค้าดูอมยิ้มเล็กน้อย
แย่ล่ะ ฉันต้องรีบกลับ นี่ฉันมารบกวนเค้ารึป่าว

ตัวฉันที่ลุกลี้ลุกล้น หันซ้ายหันขวา รีบเดินไปหยิบเสื้อคลุมกับกระเป๋า แล้วรีบเดินออกมาไม่หันหลังกลับไปอีกเลย ฉันเห็นพนักงานคนเดิมมองฉัน เค้ายิ้มให้แล้วก็ขำฉัน 55555555

ฉันรู้ว่าฉันแต่งตัวไม่เหมือนนักท่องเที่ยวเลย ฉันดูติ่งมาก

ฉันรีบเดินกลับออกมาจนถึงพารากอน ก็เจอคนยืนรอประตูห้างเปิดอยู่ ตอนนั้นเวลา
09:45

ฉันได้แต่กังวลว่าไดกิจะโกรธรึป่าว แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรเลยจริงๆ แค่บังเอิญเจอกันเท่านั้น
แล้วก็ไม่ได้ถ่ายรูปด้วย ฉันคิดว่าฉันอยู่ไกลพอสมควร ไดกิคงจำไม่ได้แน่ๆ

แต่ว่าตอนเข้าไปในงาน ฉันที่นั่งอยู่ตรงแถวสอง ทุกครั้งที่ไดกิมองมา ก็ใจเต้นแรงสุดๆ

ฉันไม่ขอให้เค้าจำฉันได้  ฉันแค่ดีใจที่ได้เจอเค้าอีกครั้ง
ฉันได้แต่หวังว่าการมาในครั้งนี้จะเป็นความสุขของเค้า แค่เค้ายิ้มได้ นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในโลกแล้ว



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น